หลังนำเข้าแรงงาน MOU แล้ว นายจ้างต้องดูแลหน้าที่อะไรต่อ
หลายคนเข้าใจว่าเมื่อแรงงานเดินทางเข้ามาทำงานตามระบบ MOU แล้วถือว่าจบกระบวนการ แต่จริงๆ แล้วนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะการรักษาสถานะการทำงานและการพำนักให้ถูกต้องตามกฎหมายมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องตลอดช่วงที่ลูกจ้างทำงานอยู่กับเรา
ในทางปฏิบัตินายจ้างคือคนที่ต้องคอยกำกับและพาลูกจ้างไปดำเนินการให้ทันกำหนด เพราะหากปล่อยให้ขาดช่วง อาจกระทบทั้งสถานะของลูกจ้างและความเสี่ยงทางกฎหมายของสถานประกอบการ สรุปหน้าที่หลักที่ต้องดูแลมีดังนี้
- รายงานตัวทุก 90 วัน
- ต่อใบอนุญาตทำงานทุก 2 ปี
- ขอ Re-entry Permit ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ
- แจ้งที่พักอาศัยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
- เปลี่ยนนายจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ต้องรายงานตัวทุกกี่วัน และต่อใบอนุญาตทำงานเมื่อไหร่
แรงงาน MOU ที่ถือวีซ่าทำงานมีหน้าที่รายงานตัวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน เพื่อยืนยันการพำนักและข้อมูลที่อยู่ปัจจุบัน โดยทั่วไปเริ่มนับจากวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในไทยหรือวันที่เดินทางเข้าประเทศครั้งล่าสุด นายจ้างควรจดวันครบกำหนดของลูกจ้างแต่ละคนไว้ เพราะรอบ 90 วันของแต่ละคนไม่ตรงกัน
ในส่วนของใบอนุญาตทำงาน แม้แรงงาน MOU จะได้รับสิทธิทำงานรวมสูงสุด 4 ปี แต่ใบอนุญาตทำงานไม่ได้ออกครั้งเดียวครบ 4 ปี โดยออกรอบแรก 2 ปี แล้วต่ออายุอีก 2 ปี ควรดำเนินการต่ออายุก่อนใบอนุญาตหมดอายุเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานะการทำงานขาดต่อเนื่อง
Re-entry Permit คืออะไร และต้องแจ้งที่พักอาศัยเมื่อไหร่
หากลูกจ้างต้องการเดินทางออกนอกประเทศไทยชั่วคราว เช่น กลับบ้าน ลาพักร้อน หรือเยี่ยมครอบครัว ควรขอ Re-entry Permit ก่อนออกนอกประเทศ เพื่อรักษาสิทธิการพำนักและวีซ่าเดิมไว้ และกลับเข้าไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าใหม่ หากไม่ทำ วีซ่าอาจสิ้นผลทันทีเมื่อเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้ต้องเริ่มกระบวนการเข้ามาใหม่ทั้งหมด
อีกเรื่องที่มักมองข้ามคือการแจ้งที่พักอาศัย หากลูกจ้างเปลี่ยนที่พัก โดยเฉพาะการย้ายไปต่างจังหวัดหรือเปลี่ยนพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เช่น ย้ายจากกรุงเทพฯ ไปชลบุรี หรือย้ายหอพัก ควรแจ้งข้อมูลให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ข้อมูลที่พักตรงกับความเป็นจริงเสมอ
เปลี่ยนนายจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายต้องทำอย่างไร
หากลูกจ้างต้องการย้ายไปทำงานกับนายจ้างรายใหม่ จะต้องดำเนินการเปลี่ยนนายจ้างตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดก่อน ไม่ใช่ย้ายไปทำงานได้ทันที เพื่อไม่ให้สถานะการทำงานผิดเงื่อนไขและกลายเป็นการทำงานผิดกฎหมาย ข้อควรระวังที่นายจ้างและลูกจ้างต้องเข้าใจตรงกันมีดังนี้
- ห้ามทำงานกับนายจ้างอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
- ห้ามทำงานนอกเหนือจากประเภทงานที่ได้รับอนุญาต
- การเปลี่ยนนายจ้างต้องดำเนินการผ่านระบบและเอกสารที่ถูกต้อง
ดูแลหน้าที่หลัง MOU ให้ครบ จบทุกขั้นตอน กับ ฟาสท์ แอนด์ อีซี่
ฟาสท์ แอนด์ อีซี่ เป็นบริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ ใบอนุญาตเลขที่ 0002/59 วางหลักประกัน 5 ล้านบาทกับกระทรวงแรงงาน ประสบการณ์ดูแลนายจ้างมากว่า 10 ปี เราไม่ได้จบงานแค่ตอนนำเข้าแรงงาน แต่ดูแลต่อครบทุกขั้นตอนหลัง MOU ทั้งรายงานตัว 90 วัน ต่อใบอนุญาตทำงานทุก 2 ปี ขอ Re-entry Permit แจ้งที่พัก และเปลี่ยนนายจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ให้เราช่วยวางกำหนดวันสำคัญของลูกจ้างแต่ละคนและเดินเอกสารให้ทันเวลา เพื่อไม่ให้สถานะขาดต่อเนื่องและลดความเสี่ยงทางกฎหมายของสถานประกอบการ ปรึกษาฟรีก่อนเริ่มได้ทาง LINE @fastandeasy (https://lin.ee/6O8Cssh) หรือโทร 065-052-5561
